
การเดินทางมายังต้นไทรอาถรรพณ์กราบบังคมทูล เมื่อครั้งอดีตที่ยังเป็นเส้นทางเดินเท้ามีช่องทางเล็กๆขนาดพอเห็นรอยทางเดินเป็นสันเนินเตี้ยๆเท่านั้น การเดินทางเริ่มต้นออกเดินทางจากบ้านท้ายทะเล ผ่านท้องทุ่งมุ่งสู่ป่าพรุ ผ่านป่าจูด ถึงจุดมุ่งหมายชายป่าต้นตะเคียนปลายด้วน(ปัจจุบันกลายเป็นชื่อหมู่บ้าน เคียนด้วน หรือ ตะเคียนด้วนไปแล้ว) ตรงไปถึงบ้านปากเก๋ง เป็นหมู่บ้านมีเพียงไม่กี่หลังคาเรือน เดินเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านผ่านไปทางบ้านผู้ใหญ่ พา เดินไปอีกนิดถึงบ้านนายเลื่อนเตี้ย เดินลัดเลาะเข้าป่าไม้เสม็ด เดินลุ่ยน้ำข้ามป่าพรุมีน้ำแค่เอวเป็นเส้นทางที่แสนจะลำบาก ล่องน้ำมาขึ้นเนินหรือโคกที่อยู่ในป่าพรุเป็นเนินเล็กๆ เรียกว่าพังการผุด หรือเกาะหวาย บางคนก็เรียกพังการหวาย เดินไปอีกนิดก็ถึงบริเวณต้นไทรอาถรรพณ์กราบบังคมทูล
ลักษณะของพังการผุดเป็นเกาะเล็กๆ ที่มีน้ำล้อมรอบมีพื้นที่ประมาณ 2-3 ไร่ น้ำในพรุบริเวณโดยรอบพังการผุดจะเป็นเปรี้ยวสีคล้ำออกน้ำตาลไหม้ สีน้ำน่ากลัวมาก ตรงโคนต้นไทรจะมีบ่อน้ำ 1-2 บ่อ ขนาดเล็ก ไม่ทราบขุดมาแต่เมื่อไรเห็นเป็นอย่างนั้นมานาน 50-60 ปีแล้ว น้ำในบ่อเป็นน้ำจืดสนิท ใส่สะอาดใช้ดื่มกินได้ ไม่เคยแห้ง เป็นบ่อน้ำทรัพย์ แต่ที่แปลกมากก็คือน้ำในบ่อ เมื่อนำมาหุงข้าว เมื่อข้าวสุกเมล็ดข้าวจะกลายเป็นสีดำคล้ายๆ กับข้าวเหนียวดำ บริเวณต้นไทรอาถรรพณ์อากาศจะอบอุ่น ไม่ร้อนไม่หนาว และไม่มียุง บุคคลโดยทั่วไปยากที่จะเข้าไปถึงเพราะมีเรื่องเล่าถึงความอาถรรพณ์มาหลายชั่วอายุคนแล้ว การเดินทางถ้าไม่เข้าไปยังต้นไทร เดินตรงไปเป็นบ้านปากเก๋ง ถ้าเดินตรงไปจะผ่านหลาเคียน (บ้านศาลาตะเคียน) ถึงตรงนี้จะมีศาลาที่พักคนเดินทางหลังหนึ่งทำด้วยไม้ตะเคียน ชาวบ้านเรียกว่า หลาเคียน ตรงไปเป็นสันทรายเรียกว่า พังการอ้ายบ้อง ตรงไปเข้าบ้านปากรอ ไปสิ้นสุดที่บ้านเกาะโนด อ้อมไปทางหัวเขาสามแก้ว เทือกเขาพระบาท เป็นทุ่งราบมีสายมาบบริเวณนี้ เป็นทางเดินของช้างป่าและช้างค่อม และเคยเป็นที่จับช้างของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช จากเขาพระบาทไปทางทิศตะวันออกเข้าเขตปกครองของอำเภอหัวไทร เส้นทางสายานี้บางคนเรียกว่า เส้นทางอ้ายเสือผ่าน
ต่อมาพื้นที่บริเวณโดยรอบต้นไทรอาถรรพณ์ทางการได้ประกาศเป็นเขตป่าสงวน เนื่องจากในฤดูน้ำหลาก ปริมาณน้ำมีมากเกินกว่าประตูระบายน้ำปากพนังจะสามารถระบายได้ทัน จำเป็นต้องขุดคลองเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลเป็นช่วง ๆ โดยก่อสร้างคลองระบายน้ำเพิ่มเติม พร้อมประตูระบายาน้ำได้ทัน 3 แห่ง และขุดลอกขยายคลองเดิมพร้อมก่อสร้างประตูระบายน้ำ 1 แห่ง ประกอบด้วย
- ขุดคลองระบายน้ำสายใหม่
- ขุดลอกคลองขยายคลองบางโด-ท่าพญา- บางไทรบก
- ขุดคลองหน้าโกฏิ
- ขุดคลองชะอวดแพรกเมือง ยาวประมาณ 26 กิโลเมตร ขนาดก้นคลองกว้าง 150 เมตร ลึก 5 เมตร พร้อมก่อสร้างประตูระบายน้ำ ขนาดบานระบายกว้าง 12.5 เมตร สูง 7 เมตร 5 ช่อง สามารถระบายน้ำได้ 540 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และสร้างคันกันทรายบริเวณปากคลองยาว 300 เมตร
พื้นที่บริเวณต้นไทรอาถรรพณ์กราบบังคมทูล เดิมเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเป็นป่าร้างช้างนอน เมื่อชาวบ้านเข้ามาครอบครองทำมาหากิน ทำอาชีพเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ทำนา ตีผึ้ง ทำขี้ได้ประมาณ 50 80 กว่าปีแล้ว ส่วนมากก็เพียงจับจองทำมาหากินเท่านั้น เพราะว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งอาศัยของช้าง และอยู่ในเส้นทางเดินของช้างป่าชาวบ้านเรียกว่า ช่องลองลม ปากพลี ถ้าเราดูแผนที่ทางภูมิศาสตร์ พบว่า ต้นไทรอาถรรพณ์กราบบังคมทูลอยู่บนตอนสุดของอ่าว เมื่อครั้งที่ยังเป็นทะเล ต่อมากลายเป็นป่าพรุน้ำขังตลอดปี ความลึกประมาณ 1.5 เมตร โดยประมาณ และยังเป็นสายมาบที่ทอดยาวไปถึงเขาพระบาทจดปากคลองวัดแดง เมื่อ 700 กว่าปีมาแล้ว สายมาบแห่งนี้ก็คือ ลำคลองที่ออกสู่ทะเล น้ำทะเลสามารถเข้าถึงเชิงเขาพระบาท โดยผ่านทางพรุควนเคร็ง ชุมชนเขาพระบาทเมื่อครั้งอดีตอยู่ริมทะเลสาบแห่งนี้ เพราะเชิงเขาพระบาทยังพบหอยปะการัง ชาวบ้านเรียกว่า หรั่ง พบตลอดเชิงเขาพระบาทพื้นที่โดยรอบเขาพระบาททางทิศตะวันตก พบว่ามีสันทรายโดยรอบ แสดงว่าเมื่อครั้งอดีตเขาพระบาทเคยเป็นเกาะมาก่อน
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2545 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจาอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินจากวังไกลกังวล หัวหินไปในพิธีน้อมเกล้าฯถวายโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 ณ พื้นที่ป่าชายเลนแปลงปลูกที่ FPT 29 ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองเก่าคลองคอย อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปลูกป่าโกงกางใบใหญ่แล้ว ได้เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการ การดำเนินการโครงการฯและการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนรอบพื้นที่ปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ขณะนั้นเป็นเวลา 20.00 น. ราษฏรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้แทนชุมชนรอบพรุควนเคร็ง คือ นายจำรูญ พลายด้วง จากบ้านเนินธัมมัง ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ นางอุทัย พยุง จากบานกุมแป ตำบลบ้านตูล อำเภอชะอวด ที่อยู่ในเขตคลองชะอวด แพรกเมือง
ซึ่งเป็นคลองขุดตามโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีความกว้าง 180
เมตร ลึก 5 เมตร ยาว 26 กิโลเมตร เพื่อระบายน้ำลงทะเลช่วยบรรเทาน้ำท่วมพื้นที่ในฤดูฝน เมื่อการดำเนิน การขุดคลองไปถึงต้นไทรซึ่งอยู่ในเขตที่จะขุดออก ที่บ้านศาลาตะเคียน หมู่ที่ 11 ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปรากฎว่าเครื่องจักรกลไม่สามารถทำงานได้เพราะเครื่องยนต์ขัดข้องแม้จะเปลี่ยนเครื่องจักรกลใหม่มาดำเนินการก็มีอาการเหมือนเดิมทุกครั้งไป สุดท้ายจึงต้องยอมเก็บต้นไทรต้นนี้ไว้พร้อมพื้นที่โดยรอบประมาณ 1 ไร่ ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทถึงเรื่องของต้นไทรอาถรรพณ์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับทราบถึงเรื่องราวของต้นไทรดังกล่าวแล้ว และทรงรับสั่งให้ดำเนินการจัดตั้ง ศาลหลวง ขึ้น จึงถือเป็นสิริมงคลแก่พสกนิกรชาวลุ่มน้ำปากพนังอย่างสูงสุด
นับแต่นั้นมาได้มีผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อาทิเช่น นายสุวิทย์ คุณกิตติ-รองนายกรัฐมนตรี นายสรอรรถ กลิ่นประทุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาฯมูลนิธิชัยพัฒนา นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี นายสุธรรม แสงประทุม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รวมทั้งข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมและสักกระบูชาเป็นจำนวนมาทุกวัน